ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรจับมือ มทบ.24 พลิกพื้นที่ 17 ไร่ สนองพระราชดำริ “โครงการทหารพันธุ์ดี"แหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพ"
อัพเดทล่าสุด: 8 ต.ค. 2026

ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี จับมือ มทบ.24 พัฒนาพื้นที่ 17 ไร่หลังค่ายประจักษ์ศิลปาคม สนองพระราชดำริ “ทหารพันธุ์ดี” ปั้นศูนย์เรียนรู้และแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่กำลังพลและชุมชน พร้อมสำรองเมล็ดพันธุ์รับมือภัยพิบัติและสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน

นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า “โครงการทหารพันธุ์ดี” เป็นโครงการในพระราชดำริฯ ที่มุ่งให้หน่วยทหารใช้พื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ที่มีคุณภาพ เพื่อใช้บริโภคภายในชุมชน สำรองไว้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติ รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ให้กำลังพล ครอบครัว และประชาชนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ของตนเองสำหรับ มทบ.24 ได้เริ่มพัฒนาพื้นที่ว่างบริเวณหลังค่ายประจักษ์ศิลปาคม จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่ปี 2556 เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดอุดรธานี โดยน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่มาเป็นหลักในการดำเนินงาน เน้นการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อให้กำลังพลและประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้

กรมการข้าว โดย ศูนย์วิจัยข้าว และศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวในพื้นที่ ได้เข้ามาสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเมล็ดพันธุ์ข้าว ปัจจัยการผลิต และองค์ความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ โดยจัดสรรเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ขยาย/พันธุ์ดี เช่น ข้าวเหนียวที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อนำไปปลูกในแปลงสาธิตและแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ พร้อมกันนี้ ยังถ่ายทอดเทคโนโลยีตั้งแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกพันธุ์ การปักดำหรือหยอดเมล็ด การบริหารจัดการน้ำ การเก็บเกี่ยว ตลอดจนการตรวจแปลงและ ตัดพันธุ์เจือ ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาความบริสุทธิ์ของพันธุ์ข้าว โดยมีเจ้าหน้าที่กรมการข้าวติดตามและตรวจสอบแปลงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวได้คุณภาพ

ผลจากการดำเนินโครงการทำให้พื้นที่เกษตรภายในค่ายทหารได้รับการพัฒนาเป็นแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชั้นพันธุ์ดี ซึ่งสามารถยกระดับสู่มาตรฐานที่เกี่ยวข้องต่อไปได้ อาทิ มาตรฐาน GAP และมาตรฐานเมล็ดพันธุ์ ขณะเดียวกัน เมล็ดพันธุ์ที่ผลิตได้ยังสามารถนำไปสำรองไว้สำหรับช่วยเหลือเกษตรกรและประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมหรือภัยแล้ง ให้มีเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีสำหรับกลับมาทำการเกษตรได้อย่างรวดเร็วอีกหนึ่งผลสำเร็จของโครงการคือ การพัฒนากำลังพล โดยทหารกองประจำการที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับทั้งความรู้และทักษะด้านการทำนาเชิงวิชาการ การผลิตเมล็ดพันธุ์ การตรวจตัดพันธุ์ปน และการบริหารจัดการแปลง เมื่อปลดประจำการสามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยีการลดต้นทุนและการผลิตเมล็ดพันธุ์ดี กลับไปใช้ในพื้นที่ของตนเองและครอบครัว ต่อยอดเป็นเกษตรกรต้นแบบหรือ “วิทยากรตัวคูณ” ถ่ายทอดความรู้ให้แก่เพื่อนเกษตรกรและชุมชนต่อไป

นอกจากนี้ ค่ายทหารยังเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ให้เกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้ามาศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติจริง ช่วยให้ชุมชนโดยรอบสามารถเข้าถึงและแลกเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีได้ง่ายขึ้น ลดการพึ่งพาเมล็ดพันธุ์จากภายนอก และสนับสนุนการลดต้นทุนการผลิต

นายนรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า หัวใจสำคัญของการขยายผลโครงการ คือการส่งต่อองค์ความรู้และปัจจัยการผลิตจาก “ค่ายทหาร” สู่ “ประชาชนและชุมชน” โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายกำลังพลที่มีความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพ เมื่อกลับสู่ภูมิลำเนาจะสามารถนำความรู้ไปปรับใช้และถ่ายทอดต่อ ขณะที่เมล็ดพันธุ์ดีจากแปลงในค่ายทหารสามารถนำไปแจกจ่ายหรือแลกเปลี่ยนกับชุมชน การดำเนินงานดังกล่าวยังเป็นการสร้างระบบสำรองเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพในหน่วยทหารทั่วภูมิภาค เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับส่งมอบให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติได้อย่างทันท่วงที ถือเป็นการเชื่อมโยง “การผลิตเมล็ดพันธุ์ – การเรียนรู้ – การพึ่งพาตนเอง – การช่วยเหลือชุมชน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และร่วมสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บทความที่เกี่ยวข้อง


