BDE เผยผลสำรวจ "Thailand Digital Outlook ปี 69" ผู้ประกอบการไทยคะแนนพุ่ง ชี้ภาคธุรกิจไทยใช้ AI มากขึ้น ดันคะแนนความพร้อมเทคโนโลยีดิจิทัลเติบโต สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศ
อัพเดทล่าสุด: 8 ก.ค. 2026

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่ข้อมูลผลการสำรวจความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ภายใต้โครงการ “Thailand Digital Outlook ประจำปี พ.ศ. 2569” พร้อมด้วยนางสาวพรพรรณ ตันนุกิจ ผู้อำนวยการกองขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ BDE กล่าวรายงาน โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาควิชาการ เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการ Thailand Digital Outlook ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดเก็บตัวชี้วัดการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทย ตามกรอบ Going Digital Toolkit ของ OECD รวมทั้งได้มีการสำรวจ ความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัล เพื่อประเมินขีดความสามารถในการปรับตัวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในด้านการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ การพัฒนาบุคลากร การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าให้กับสินค้าและบริการดิจิทัล ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการดิจิทัลไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุถึงผลการสำรวจความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัล โดยจากการสำรวจผู้ประกอบการดิจิทัล จำนวน 834 ราย พบว่า ภาพรวมความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัล (Digital Maturity Level) ในปี 2569 มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 2.12 คะแนน จากคะแนนเต็ม 4 คะแนน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 0.56 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการดิจิทัลไทยมีพัฒนาการด้านความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity Infrastructure) ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตาม ความพร้อมด้านการพัฒนาสินค้าและบริการดิจิทัล (Digital Products & Services) ยังเป็นมิติที่ผู้ประกอบการยังมีระดับการพัฒนาน้อยที่สุด โดยเฉพาะการลงทุนด้านการพัฒนานวัตกรรมสำหรับสินค้าและบริการดิจิทัล


นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพิจารณาตาม Digital Maturity Level หรือระดับความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัลไทยยังอยู่ในระดับปานกลาง โดยพบว่า คะแนนระดับความพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่แบ่งตามขนาดธุรกิจ กลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก (S) มีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่า กลุ่มธุรกิจขนาดกลาง (M) และขนาดใหญ่ (L) ตามลำดับ แม้ว่าธุรกิจขนาดเล็กจะมีการพัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ระดับความพร้อมโดยรวมยังอยู่ในระดับเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่าน จึงสะท้อนถึงความจำเป็นในการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และกลไกสนับสนุนด้านเงินทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการทุกขนาดสามารถก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาผลสำรวจการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พบว่าเทคโนโลยี AI มีสัดส่วนมากที่การใช้งานมากที่สุด อยู่ที่ร้อยละ 21.18 ตามมาด้วยเทคโนโลยี Blockchain และ Big Data Analytics ที่ร้อยละ 20.09 และร้อยละ 19.88 ตามลำดับ โดยผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการดิจิทัลเป็นกลุ่มที่มีความโดดเด่นที่สุดในการนำเทคโนโลยีเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้จริง อย่างไรก็ตาม เมื่อเจาะลึกลงไปในรายละเอียดการใช้งาน AI แม้ว่าผู้ประกอบการไทยจะเริ่มตื่นตัวในการนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่การประยุกต์ใช้ส่วนใหญ่ยังอยู่ในระยะทดลองและระยะนำร่องกว่าร้อยละ 77.02 โดยแบ่งเป็น ระยะทดลองร้อยละ 47.35 และระยะนำร่องร้อยละ 29.67 ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของการนำ AI มาใช้สนับสนุนธุรกิจ 3 อันดับแรก ได้แก่ ด้านการตลาด (Marketing) ร้อยละ 39.21 ด้านการปฏิบัติการและกระบวนการทำงานภายใน (Operation) ร้อยละ33.45 และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ร้อยละ 33.09
ทั้งนี้ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทยที่ผลสำรวจความพร้อมผู้ประกอบการดิจิทัลเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ยกระดับอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะด้านด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ที่โตก้าวกระโดดจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน แต่ก็ยังมีความท้าทายที่เราต้องเร่งแก้ไขคือการขาดแคลนบุคลากรด้าน AI มืออาชีพโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องเข้าไปสนับสนุนให้มากขึ้น เพราะในยุคนี้ดิจิทัลและ AI คือเครื่องมือสำคัญที่ขับเคลื่อนทุกมิติ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพบริการประชาชนไปจนถึงการลดต้นทุนภาครัฐ
ซึ่งเรากำลังทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันให้คนไทยและภาคธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีได้ครอบคลุมในราคาที่ถูกที่สุด และขอฝากถึงผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SME ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันการเปลี่ยนเป็นเรื่องสำคัญ ภาครัฐยังมีอีกหลายโครงการที่พร้อมเป็นพี่เลี้ยง จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านเข้ามาใช้ทรัพยากรและเครื่องมือที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด" นายเวทางค์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
พร้อมกันนี้ ภายในงานได้จัดเวทีเสวนา หัวข้อ “Digital for Business Growth: เทคโนโลยีดิจิทัลกับการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการดิจิทัลไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)” โดยมีวิทยากรรับเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
โดยได้ร่วมพูดคุยหารือเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ความพร้อมและข้อจำกัดเพื่อขยายธุรกิจของผู้ประกอบการดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลกับการเพิ่มรายได้และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่
ซึ่งเรากำลังทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิดเพื่อผลักดันให้คนไทยและภาคธุรกิจเข้าถึงเทคโนโลยีได้ครอบคลุมในราคาที่ถูกที่สุด และขอฝากถึงผู้ประกอบการโดยเฉพาะกลุ่ม SME ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันการเปลี่ยนเป็นเรื่องสำคัญ ภาครัฐยังมีอีกหลายโครงการที่พร้อมเป็นพี่เลี้ยง จึงอยากเชิญชวนให้ทุกท่านเข้ามาใช้ทรัพยากรและเครื่องมือที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด" นายเวทางค์ฯ กล่าวทิ้งท้าย
พร้อมกันนี้ ภายในงานได้จัดเวทีเสวนา หัวข้อ “Digital for Business Growth: เทคโนโลยีดิจิทัลกับการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการดิจิทัลไทยในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy)” โดยมีวิทยากรรับเชิญจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย (DCT) สมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
โดยได้ร่วมพูดคุยหารือเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ความพร้อมและข้อจำกัดเพื่อขยายธุรกิจของผู้ประกอบการดิจิทัล รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลกับการเพิ่มรายได้และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่


บทความที่เกี่ยวข้อง


